วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปอยฝ้ายกับดาร์กี้









ปอยฝ้ายติดสัดหายจากบ้านไปเมื่อสิงหาคม2556 ลัดบอกว่าอาจจะตายเพราะถูกจับไป

ดาร์กี้ถูกรถชนตายที่ถนนใหญ่ทางเข้าบ้าน

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ขี้เหร่














6 กันยายน 2551 บนแคร่ที่ย่าส่งมาให้

ป้าเกร ศูนย์วิชาการ

25 กรกฎาคม 2552 07:31 น. หน้าพิพิธภัณฑ์

ป้าเกรเป็นหมาของอ.วีรพงศ์ หสีดำหลังอาน มารยาทเรียบร้อย ประมาณว่าคุณนายเก่า มนุษย์สัมพันธ์ดีจึงเป็นที่รักของผู้พบเห็นที่ศูนย์วิชาการ ได้รับอนุญาตให้นอนชั้น2 ได้ พบครั้งแรกอยู่ร่วมกับขาขาวและยักษ์ เป็นกลุ่มแรกที่เราเริ่มให้ข้าวหมานอกบ้าน โดยเริ่มให้หอ1,2 และมาที่นี่ หน้าหนาวของทุกปีลมหนาวพัดเยือกจับใจ แต่เวลาประมาณทุ่มเศษป้าเกร ยักษ์และขาขาวจะมารอกินข้าวเสมอ ไม่ว่าจะหนาวผ่านไปกี่ครั้ง จนถึงเหตุการณ์โหด เมื่อยักษ์และหมาที่หอ1,2 ถูกวางยาเบื่อ มีคนเล่าว่าเขาเอาอาหารเม็ดผสมยาเบื่อให้กิน ป้าเกรกับขาขาวรอด เมื่อขาขาวแยกไปมีฝูงใหม่ ป้าเกรชราลง แต่ยังคงอยู่ที่นี่ เคยถูกรถยนต์ชน พี่หนุ่ยเอามารักษาที่ตึกคหกรรม ล้างแผลให้ทุกวัน พรไปหาหมอ จนหายดี

11 ธันวาคม 2553 เห็บตัวเมียเกาะเต็มหลัง มีคนใจดีช่วยจับทิ้ง เราเอาฟรอนไลน์หยดให้

27 มกราคม 2554 เห็บหายหมดแล้ว

2 มีนาคม 2554 ตอนบ่าย3 พื่หนุ่ยโทรมาบอกว่าแม่บ้านแจ้งว่าป้าเกรถูกรถยนต์อ.เสาวนิตย์ถอยหลังเหยียบตาย เจ้าของรถให้คนลากป้าเกรออกมาไว้ข้างๆซึ่งตอนนั้นป้าเกรยังไม่ตาย แล้วเขาก็ทิ้งไปเลย พี่หนุ่ยให้เรามาที่ตึกคหกรรมเพราะสพป้าเกรกำลังจะเอาไปฝัง เราไปถึงร่างป้าเกรนอนอยู่ท้ายรถกะบะ สงบนิ่ง ต้อมกับมินท์ ขุดหลุมหลังตึกติดกับสระน้ำ วางร่างลงในหลุม เราเอาดินวางไปในหลุม ขอบุญกุศลที่เราได้ทำจงส่งถึงป้าเกรด้วย ขอให้เป็นสุขเถิด

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิธีการดูแลสุนัข



คัดลอกจาก http://surindog.orgfree.com/forum/viewtopic.php?f=6&t=14 เนื้อหาน่าสนใจมาก ช่วยให้ผู้เลี้ยงเข้าใจในหลายๆเรื่องที่เป็นสิ่งควรรู้ในเบื้องต้น

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ลุงแซม


แซมจากไปแล้วเมื่อเช้า 25 สค 2557 กรรมเป็นเจ้าของ พ่อฝังหลังบ้าน รวม15ปี





01.05.56 ยังชอบโยเกิร์ตอยู่



 17.05.55 ชอบกินโยเกิร์ต




16 กันยายน 2551





เกิดปี2542 แซมอยู่บ้านยุ้ย ถูกรถมอเตอร์ไซค์ชนขา เอาไปรักษากับหมอสุกัญญาตอนเปิดคลีนิคตรงข้ามวัดหนองบัว เรียกลุงแซมเพราะขนรอบปากเป็นสีขาวแล้ว เป็นหมาตัวแรกที่เอาข้าวให้กิน ตอนนั้นเลี้ยงสามสีอยู่ แต่แซมมาขอข้าวกินเพราะเจ้าของกลับมืด เป็นลูกหมาหิวบ่อย


มดดำ







คิดว่าจะไม่ได้โพสต์อะไรอีกแล้ว จนมาเจอรูปนี้ คิดถึงมดดำน่ะ



อา.14 พ.ค60


 


ส.29 เม.ย60-จ.1พ.ค60ตาลมานอนวัดครั้งแรกกับพ่อ พี่แตง พี่โบว์ ทุกคนพอใจที่ได้พาตาลมาในครั้งนี้โดยไม่คาดคิด

 มดดำ ผอมลงแต่ยิ้มนะ ระหว่างไม่อยู่บ้าน เอาไปฝากกับหมอหน้าวัดสายไหม



3พ.ค60  มดดำ ผอมลงแต่ยิ้มนะ ระหว่างไม่อยู่บ้าน เอาไปฝากกับหมอหน้าวัดสายไหม
หูกางนอนบนชั้นพัก มดดำอยู่ข้างล่าง ฟ้าครึ้มฝน ถ้าฝนตกมดดำเข้าห้องใต้บันได




ศ.10ก.พ60 หมอมาฉีดยาที่บ้าน กินยาถ่ายพยาธิ แตงจับ พ่อแม่อยู่วัดป่าศรีหนองนา ที่หัวตาซ้ายป้าบีบหนองออก5วัน แผลแห้ง

7 ม.ค 60 หลังถูกกัดไม่ได้รักษาทันที แผลข้างนอกแห้ง แต่มีฝีอยู่ข้างในได้รักษาตอนไปฝากหมอที่เพ็ทโซไซตี้ที่พ่อไปวัดป่าศรีหนองนา

ถูกกัดเป็นครั้งที่2 “พ่อก็ปิดประตู แต่ป้ามาเปิดทุกวันเหมือนกัน เปิดให้มดดำไปบ้าน





ศ.16ก.ย59 ตาลกับมดดำที่บ้านคูคต วันที่ตาลกับแตงย้ายทะเบียนบ้านจากสุรินทร์มาที่บ้านคูคต คืนนั้นแตงเดินทางมาวัดป่าศรีหนองนาอยู่ถึงอา.25ก.ย.59

5 เม.ย. 59 0358น. หน้าที่กลางคืนเป็นรปภ.ของบ้าน ว่างก็งีบอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน

5 เม.ย. 59 0358น.แต่พอมีเสียงต่างๆ มดดำจะตาสว่างอย่างแข็งขัน




24 05 58 แตงกับโบว์อาบนำ้ให้ สบาย ที่ห้องครัวตรงมุมส่วนตัว


   

ท่านอนที่แสดงความไว้ใจว่าที่นี่ปลอดภัย ในครัวนั่นเอง ต้องให้อยู่ในนี้ถ้าปล่อยขี้เหร่ ไม่งั้นกัดขี้เหร่แบบเอากันจนเลือดโชก


มองกระรอกข้างโอ่งน้ำยักษ์





ที่นั่งประจำหน้าบ้าน เพราะถูกผูกโซ่ถ้าปล่อยหมาในกรง




เกิดฤดูหนาว 2548 ภรรยาอาจารย์ประชิตเอามาจากรร.เทศบาล มี2 ตัว น้ำตาลอาจารย์สุดาเอาไปเลี้ยงที่อ.สีคิ้ว

ครอบครัวแมวที่มากินข้าวชื่อยิบหยี ลาย อูม



หลังจากตัวเล็กละสังขาร อูมก็เข้ามาสนิทสนม ชื่่ออูมเพราะแก้มยุ้ยมาก
กลางมกราคม 2555 ถูกแซมกับมดดำ  ฮีสกีกัดตายตอนตีสี่กว่าๆหลังบ้านนก
ท่าทางเพลียๆไม่ค่อยกินข้าว  แต่จะขอกินแต่ปลากระป๋อง  เห็นมีท้องเสีย 

ข้างล่างเป็นลูกแมววัยรุ่นมากินก้างปลา เข้า่ใจว่ามาจากบ้านมะ ตัวเหลืองชื่อยิบหยีเพราะตาชี้ยาว ส่วนอีกตัวลายชื่อลาย ตัวนี้ขี้กลัวไม่ยอมให้จับ ที่นอนประจำอยู่บนเครื่องซักผ้า
19 ตุลาคม 2554 อยู่ที่บ้านนกแล้ว  แต่นกได้พายิบหยีจะไปทำหมันที่โรงพยาบาลสัตว์ใบเตยหน้าบิ๊กซี  พออุ้มมาชั่งน้ำหนัก  ยิบหยีซึ่งไม่ได้ผูกเชือกจูง  ได้วิ่งหนีออกมานอกร้าน  ไปซ่อนใต้ท้องรถ คนที่ร้านเอาไม้เขี่ย ยิบหยีวิ่งหนีหายไปเลยไม่รู้ไปไหน  ส่วนลายก็เดินเตร่อย่างอิสระไปทางบ้านอาจารย์บุญทัน  แต่ก็มีกลับมาที่ห้องครัวของนกบ้าง  เพราะเคยได้กินข้าว